Profilo di Meanเด็กแนว Don't WorthlessFotoBlogElenchiAltro Strumenti Guida

Blog


ตัวตนหรือคนอื่น(ประวัติแนว)

   ~'เด็กแนว'~ เป็นตัวตน...หรือคนอื่น

 

ปีที่ผ่านมากระแสแฟชั่นของวัยรุ่นไทยเปลี่ยนแปลงไปอีกเช่นทุก ๆ ปี ยิ่งเวลาล่วงหน้าขึ้นเท่าไหร่ แฟชั่นในยุคก่อน ๆ ก็ยิ่งน่าถวิลหา ทั้งเสื้อผ้าในแบบสมัยเก่าและแบบที่นำมาผสมกับสมัยใหม่ ตอนนี้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายยิ่งแปลกแหวกแนวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งน่าสนใจ ไม่ใช่เพียงแฟชั่นเสื้อผ้าที่ผ่านเข้ามาสร้างความแปลกใหม่ แต่ยังติดสอยห้อยตามแฟชั่นที่เรียกว่า “เด็กแนว” ตามมาด้วย

เด็กแนวหรือเด็กอินดี้ เป็นคำที่ถือว่าฮิตมากในช่วงนี้ไปทางไหนก็ได้ยินจนเริ่มชินหู แต่ยังไม่มีสำนักไหนบัญญัติความหมายจริงๆ ได้ เช่นเดียวกับศัพท์แสงวัยรุ่นคำอื่นๆ ที่ล้วนแต่มาไวแล้วก็ไปไว แต่ที่เข้าใจตรงกันคือว่าเด็กแนวใช้เรียกวัยรุ่นกลุ่ม ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่งตัว แปลกๆ แสดงออกอย่างโดดเด่นและสนใจในเรื่องต่างๆ แตกต่างหรือแหวกแนวไปจากคนอื่น

ในยุคแรกเด็กแนวจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่แต่งตัวออกแนวศิลปะหรือแต่งเลียนแบบวงร็อกอังกฤษ แต่ที่ฮิตมากคือใส่เสื้อยืดพอดีตัวหรือซ้อนทับกัน 2 ตัวกับกางเกงยีนส์ที่ดูเปรอะเปื้อนนิดหน่อย ถ้าเปื้อนอุปกรณ์ศิลปะพวกสีพวกกาวยิ่งดี และมีความสนใจในเรื่องต่าง ๆ เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ หรือเพลง แตกต่างจากคนอื่น (หรือที่เรียกว่าเฉพาะกลุ่ม)

ปัจจุบันเด็กแนวมีพัฒนาการเติบโตขึ้นจากเดิมมากไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเครื่องประกอบของแฟชั่น มีแฟชั่นเด็กแนวแปลกใหม่เพิ่มขึ้นมา ทั้งแบบแฟชั่นญี่ปุ่น พั้งค์ และฮิพฮอพ หรือการเพิ่มจำนวนขึ้นของ กลุ่มคน จนน่าสงสัยว่าทำไมการเป็นเด็กแนวสามารถเป็นกันได้ง่ายๆ ขนาดนั้นการจะทำให้ตัวเองเปลี่ยนเป็นอีกแบบหนึ่งมันทำได้ในเวลาสั้นๆจริงหรือ?

การเดินทางเข้ามาของแฟชั่นการเป็นเด็กแนว ดูจะกลืนหายความเป็นตัวเองของวัยรุ่นผู้รักการเปลี่ยนแปลงปรับสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อม จนเกิดคำถามมากมายว่าเด็กแนวคือตัวตนจริง ๆ หรือแค่เป็นแฟชั่นเพื่อให้การอยู่ในสังคมน่าสนใจที่สุดไม่ว่าจะในมุมมองของผู้ใหญ่ มุมมองระหว่างเด็กด้วยกันเองหรือในมุมที่เด็กแนวมองตัวเอง

ยังมีผู้ใหญ่หลายคนที่ไม่ค่อยเข้าใจคำว่าเด็กแนวเท่าไหร่นัก แต่สำหรับคนที่พอเข้าใจก็ได้แสดงความรู้สึกต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นในยุคนี้ อย่างเช่น ป้าร้านเช่าการ์ตูนย่านมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ขอสงวนนาม เพราะกลัวเด็กมาว่า

“ป้าก็ไม่ค่อยรู้หรอกไอ้เด็กแนวเนี่ย แต่ว่าก็เห็นเด็กเขาพูดกันพยายามฟังให้รู้ว่าไอ้เด็กแนวเนี่ยมันเป็นเด็กอะไร ป้าก็ถามเด็กเขาก็บอกว่า ไอ้พวกทำตัวประหลาด เจ๋ง ๆ ไงป้า ป้าก็ถามว่าเจ๋งยังไง เขาก็บอกว่าทำแบบที่คนอื่นเขาไม่ทำ แล้วก็ว่าเราว่าโหไม่แนวเลยป้า ป้ายิ่งงงไปใหญ่ (แถมห้ามเราพูดต่อเดี๋ยวมีเรื่องกัน) ตอนนี้ก็เห็นนักศึกษาที่แต่งตัวทำผมเหมือนพวกนักร้องในทีวีก็เริ่มเข้าใจแล้ว แต่ป้าว่าเขาก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหนนะก็เป็นเด็กดีกัน บางคนเรียนเก่งด้วย เพราะถ้าสนิทกันเขาจะเล่าเรื่องเรียนให้เราฟัง”

ถึงแม้หลายคนยังปฏิเสธการถูกเรียกว่าเป็นเด็กแนวเพราะคิด ว่าการเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ไม่ได้ปรุงแต่งหรือเปลี่ยนแปลงอะไร เช่นเดียวกับ คุณสินีนาฏ สุวรรณ์ สาวเก่งพนักงานฟรีแลนซ์ ทำหน้าที่รีพอร์ตและผู้ช่วยผู้จัดการกองถ่ายภาพยนตร์ ของบริษัทผลิตภาพยนตร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง

“มีหลายคนบอกว่าเราเป็นเด็กแนว แต่เราคิดว่าตัวเองไม่เป็น เวลามีคนว่าก็ไม่รำคาญไม่โกรธ ขำๆ นะ แต่ว่าไม่ชอบ เพราะไม่ว่าอะไรก็เด็กแนว ๆ ความจริงเราแค่อยากทำแบบนี้อยากแต่งตัวอะไรก็แต่งแล้วแต่วันว่าวันนี้อยากแต่งแบบไหน เราไม่ได้แต่งแบบเดิมๆ ตลอด บางวันใส่กางเกงบางวันใส่กระโปรงแบบผู้หญิงคนอื่นทั่วๆไป เราเด็กสุดในทีมงาน และแต่งตัวจัดอยากใส่อะไรก็ใส่ พี่เค้าคงอยากทำแบบนี้แต่ทำไม่ได้แก่แล้วก็เลยแซวเรา

ในความรู้สึกเราเด็กแนวก็เป็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่กล้าแสดงออก เขาคิดอยากจะทำอะไรก็ทำเหมือนเป็นการปลดปล่อย ไม่กลัวว่าใครจะว่าอะไร มีความมั่นใจในตัวเอง แต่บางคนก็ตามแฟชั่นนักร้อง ถ้าบอกว่าเป็นเด็กแนวเป็นการเปลี่ยนตัวเองไหม มันเป็นบางคนมากกว่า บางคนอาจจะเปลี่ยนตามแบบคนอื่นๆ แต่คิดว่าถึงจะเปลี่ยนการแต่งตัวหรือการแสดงออกได้ แต่ความรู้สึกตัวเราจะรู้เองว่ามันไม่ใช่ เพราะแค่แต่งตัว ประหลาดๆ แล้วจะเป็นเด็กแนวได้นะ แต่ละคนก็อาจจะมีแนวของตัวเองแต่มันชัดเจนขึ้นมาด้วยเรื่องแฟชั่น”

แต่หลายคนก็ยอมรับตามตรงว่าเป็นเด็กแนว และคิดว่าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนกับการแต่งตัวหรือประพฤติตัวแบบนี้ เช่นวัยรุ่นกลุ่มนี้ที่ถูกเพ่งเล็งบ่อยทั้งจากสื่อและผู้ใหญ่ จึงไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะกลัวปัญหาจะเกิดขึ้นซ้ำอีก

“ผมคิดว่ากลุ่มเรากลางๆ นะไม่แนวมากเราแนวในแบบของเราคือเป็นแนวเราเอง และคิดว่าเทรนด์เด็กแนวเนี่ยมันมาทีหลังการแต่งตัวของเรานะ เราไม่ได้เปลี่ยนตามอะไร แต่เด็กแนวหรือไม่แนวมันขึ้นอยู่กับกลุ่มที่ทำขึ้นมาว่าต้องเป็นแนวพั้งค์ต้องเป็นแนวฮิพฮอพ จริงแล้วของพวกนี้มันขึ้นอยู่ที่ว่า คุณรู้จักสถานที่ รู้จักกาลเทศะคุณก็น่าจะแบ่งแยกได้ว่าอะไรสมควรไม่สมควร และคุณใช้เวลาว่างให้ถูกต้อง

ไม่ใช่ว่าคุณจะแนวอย่างเดียวเอาสนุกไปวันๆ แล้วคุณจะไม่เรียนหนังสือ คุณก็ต้องเรียนหนังสืออยู่ดีคุณต้องรู้จักแบ่งเวลาหน้าที่ลง อย่างกลุ่มของเราก็เรียนหนังสือกันทุกคน บางคนมีปัญหาในการเรียน กิจกรรมของเราก็ทำให้ปัญหาเบาบางลง ควบคุมตัวเองให้ดีที่สุดไม่เดือดร้อนคนอื่นทำแต่เรื่องที่ดี อย่างกลุ่มเราก็เล่นกีฬา ออกกำลังกาย”

ยุคสมัยเปลี่ยนไปเรื่องราวผู้คนก็ผันแปรตามเป็นธรรมดา วัยรุ่นก็เป็นอีกวัยที่เปลี่ยนแปลงค่อนข้างเร็ว แต่การแต่งตัวแบบไหน ประพฤติตัวอย่างไร คงไม่ทำให้ใครเสียหาย หรือสร้างปัญหาอะไรมากมาย ถ้าภายในจิตใจและจิตสำนึกของเด็กไทยยังเป็นคนดี ไม่ได้มุ่งสร้างความเดือดร้อนให้สังคมหรือเปลี่ยนไปในทางที่เสื่อมถอยลง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังเป็นกำลังสำคัญของชาติต่อไปได้ตามแนวของตัวเอง.

เจ๋งจริงหรืออิงกระแส(แนว)

 
 
++ เด็กแนวคืออะไร ?
    เด็กแนว คือ วัยรุ่นที่มีอิสระทางด้านความคิด
เป็นตัวของตัวเอง กล้าและมั่นใจที่จะแสดงความเป็นตัวตน
ไม่ยึดติดกับกระแสสังคม มีแนวทางเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน
สะท้อนให้เห็นจากการแต่งตัว หรือพฤติกรรมที่จะแปลกแยกจากคนอื่น ๆ

++ ทรงผมเด็กแนว
    เป็นความชอบส่วนตัวของเด็กแนวแต่ละคน บ้างไปถักเดทร็อค
บ้างไปสกินเฮด ถ้านิยมความเป็นเรโทร ก้อไปทำทรงแอฟโฟร
บางรายไปอันเดอร์คัท เป็นผมหน้าม้าเต่อ ม้าเอียง
หรือแค่เสย ๆ ปัด ๆ ให้มีสไตล์ ส่วนสาว ๆ จะนิยมทำทรงซามูไร
คือ รวมผมแล้วผูก ค่อนมาทางด้านหน้าให้เป็นจุกคล้ายซามูไร
หรือทรงไบโอนี่นั่นเอง สำหรับคนผมยาว ก้อจะรวบแค่ครึ่งหัวแล้วมาทำเป็นจุก

++ วิวัฒนาการเด็กแนว
    คำว่าเด็กแนวเป็นศัพท์วัยรุ่นที่เพิ่งบัญญัติได้ไม่นานนัก
ซึ่งมีพัฒนาการมาจากคำว่า “ ติสท์ “ หรือ “ เซอร์ “ ฯลฯ เรียกกันมาก่อนหน้านี้
    จาก    “ อาร์ท “    ไปเป็น    “ ติสท์ “    ไปเป็น    “ เต็ก “    
ไปเป็น    “ เซอร์ “    ไปเป็น    “ อินดี้ “    ไปเป็น    “ แนว “

++ ลุคของเด็กแนว
    สไตล์ของเด็กแนวส่วนใหญ่จะไม่มีรูปแบบที่ตายตัวแน่นอน รียกง่าย  ๆ
คือ ไม่มีแพทเทิร์น แต่เท่าที่ได้สัมผัสคลุกคลีมานั้น สิ่งที่เห็นเด่นชัดเลยคือ
เด็กแนวทั้งหลายเป็นคนสมถะ และใช้เงินอย่างรอบคอบ เพราะนิยมชมชอบเสื้อผ้ามือสอง
รองเท้ามือสอง เหลือเกิ๊น … ซึ่งทำให้พวกเขาถูกมองว่า “ ทำตัวเซอร์ ๆ เน่า ๆ เก่า ๆ ขาด ๆ “
    สำหรับลุคของพวก WANNA BE จะมีแพทเทิร์นที่แน่นอน ถ้าเป็นชุด
นักศึกษาต้องเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว ๆ ผ้าบาง ๆ ขนาดพอดีตัว
ต้องลงครามด้วย ใส่เสื้อยืดสีดำหรือสีเข้ม  ๆ ไว้ข้างในใส่คู่กับกางเกงยีนส์โทรม ๆ
รองเท้าผ้าใบ ส่วนชุดอื่น ๆ ก้อเช่น ใส่แจ็คเก็ตหนา ๆ แขนยาว รูดซิปปิดถึงคอ
ออกไปเดินตอนแดดเปรี้ยง ๆ ใส่สร้อยคอเส้นโต ๆ ห้อยโซ่ระโยงระยางเต็มไปหมด
ใส่หมวก ใส่แว่นกันแดด ส่วนกางเกงต้องบิ๊กอีเท่านั้น
หรือจะเป็นสไตล์เสื้อตัวเล็ก ๆ เสื้อเชิ้ตลาย ๆ แบบที่นิยมรุ่นพ่อแม่เป็นวัยรุ่น
ไม่ก้อเสื้อลายขวาง กางเกงต้องขาเดฟ ไม่ก้อลายทหาร
ถุงเท้าขาวดึงขึ้นสูง ๆ ใส่รองเท้าฟงอวิน , คอนเวิร์ส , ALL STAR , แจ็คพาเซล
นอกจากนี้การยำใหญ่ใส่โน่นใส่นี่เข้าไปเยอะ ๆ ไม่ต้องสนใจว่าจะเข้ากันหรือไม่
แต่งมันส์เข้าไว้ แปลกเข้าไว้ แปลกมากเท่าไหร่ก้อยิ่งดี
ขอเน้นความเก่าและโทรมเท่านั้น

++ เด็กแนวฟังเพลง ?
    ก่อนที่จะทำการสำรวจนั้นเข้าใจว่า เด็กแนวทั้งหลายต้องชอบฟังเพลงอินดี้
เพลงใต้ดิน ฟังวิทยุคลื่นอินดี้ แต่จิง ๆ แล้วจะขึ้นอยุ่กับรสนิยมของแต่ละคนมากกว่า
ทุกคนมีอิสระในการฟังเพลง

 

เด็กแนว แน๊ว แนว

 
การแต่งตัวแนวต่างๆ
 You เป็นเด็กแนวแบบไหน ??
 
เด็กแซป
ลักษณะเด่นๆ ของเด็กแนวอย่างเด็กแซป คือทรงผมดูยุ่งๆ ปาดหน้า
ใส่เสื้อตัวเล็กรัดรูป หรือใส่เสื้อเชิ้ตมีลายพร้อย นุ่งกางเกงขาเดฟ
หรือกางเกงลายทหาร ถุงเท้าขาวดึงขึ้นสูง รองเท้าต้องผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์ส
ออสตาร์ หรือแจ็คพาเซล บางครั้งใส่เสื้อทับสีดำ
และเสื้อข้างในสีส้มหรือเสื้อทหารลายพลาง นุ่งกางเกงฟุตบอล ใส่รองเท้าคีบ
ถ้าเป็นผู้หญิงจะซอยผมด้านบนให้สูงๆ สั้นๆ แต่ยังคงความยาวไว้ และเรียกว่า
"สก๊อย" หรือ "เลดี้แซป" เป็นพวกเดียวกับเด็กแซป นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอกสีชมพู
เสื้อสีขาวตัวเล็ก ใส่รองท้าหูคีบ

เด็กเทส,เด็กแว้น,เด็กแป๊น
"เด็กเทส" หรือ "เด็กแว้น" "เด็กแป๊น" มาจากเสียงเวลาบิดมอเตอร์ไซค์
ชอบทำเครื่องยนต์ใหม่ให้มีเสียงดัง และแรงเวลาบิดทีก็ทำให้ชาวบ้าน
ชาวช่องปวดหูไปตามๆ กัน ชอบใส่เสื้อรัดรูป กางเกงขาเดฟ
ผู้หญิงจะนุ่งขาสั้นชอบซ้อนมอเตอร์ไซค์

เด็กพั้งก์
เด็กพั้งก์มักไม่อยู่คนเดียว ส่วนใหญ่จะอยู่เป็นกุล่ม
ซึ่งกลุ่มเด็กพั้งก์ที่ว่านี้มีหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นพั้งก์ร็อค อีโมพั้งก์
พั้งก์เมทอล พั้งสกา พั้งสเก็ต และอีกสารพัดพั้งก์ แต่งตัวส่วนใหญ่เน้นสีดำ ทาเล็บ ปากสีดำ
ใส่เสื้อแจ๊คเก็ต กางเกงขารู๊ดรัดปลายขา รองเท้าหนัง
บางกลุ่มยัดปลายกางเกงไว้ในรองเท้า เครื่องประดับเน้นทำมาจากเหล็กสีเงิน
ออกแนวดุ โหด

เด็กบอร์ด,เด็กฮิป
เด็กแนวนี้จะใส่เสื้อและกางเกงตัวใหญ่ๆ ขาสามส่วน จะชอบเพลงแนวฮิปฮอป
ไปไหนก็มักไปกันเป็นกลุ่ม
 
เด็กผ้าบาง
เด็กแนวกลุ่มนี้จะนิยมใส่เสื้อเนื้อบางๆ ที่สำคัญต้องทำจากผ้าคอตตอน 50%
เท่านั้น

เด็กอินดิเพนเด้นท์
ตรงตัวเลยคือแต่งตัวต้องไม่ซ้ำแบบใคร จุดเด่นของแนวนี้เน้นเสื้อสีแป๋นๆ สดๆ
ลายเสื้อและกางเกงเป็นเส้นขวางตัดไขว้ไปไขว้มา สุดท้ายต้องใส่แว่นตาสีสดๆ ด้วย
เด็กแมค
เด็กแมคนับเป็นแนวที่กำลังมาแรงที่สุด
ซึ่งเด็กแนวนี้จะเลียนแบบการแต่งตัวของชาวเม็กซิกันสมัยก่อน ตัดผมสั้นเกรียน
ที่สำคัญต้องห้อยสร้อยไม้กางเขน เสื้อตัวใหญ่ๆ สกรีนรูปโหดๆ อย่างกระโหลกไขว้
สวมถุงเท้าให้ตึงจนถึงเข่า นุ่งกางเกงตัวโคร่ง แถมใส่แว่นดำในเวลากลางคืน

เด็กเซอร์
คือพวกที่ชอบทำตัวเซอร์ๆ แต่งตัวเซอร์ๆ ที่เด่นสุดคือกางเกง
จะเป็นกางเกงยีนส์ที่ใส่บ่อยๆจนเก่า+ริ้วขึ้น ประมาณว่ายิ่งเก่าจะยิ่งเซอร์
ที่สวนจตุจักรจะมีร้านขาย-รับ อยู่หลายร้าน ยิ่งเก่าได้เท่าไหร่ก็มีราคามากขึ้นเท่านั้น
ส่วนรองเท้าเด็กเซอร์จะนิยมใช้converse ที่มันเก่าๆขาดๆ เสื้อก็เสื้อยืดธรรมดา การแต่งตัวจะตรงกับชื่อคือ "เซอร์"
 

แฟชั่นแนวของญี่ปุ่น

 
มารู้จักกับแนวแฟชั่นญี่ปุ่นกันก่อน...
แฟชั่นวัยรุ่นสไตล์ญี่ปุ่นตอนนี้ที่มาแรงสุดๆ ก็คงจะเป็น เสื้อผ้าประเภท Gothic & Lolita และ Punk เรามาเริ่มรู้จักกันเลยดีกว่าว่าแต่ละสไตล์เป็นอย่างไร...

 


**วง Alice nine


Gothic (โกธิค)

แฟชั่นแนวนี้ส่วนมากจะเน้นไปในเรื่องของโทนสีที่ดูครึมๆ ลึกลับๆ ซึ่งเป็นแฟชั่นแบบ “Dark Style” มักจะเป็นสีดำซะส่วนใหญ่ แต่ก็อาจจะมีส่วนประกอบเป็นสีขาว หรือสีแดง ตามแต่สไตล์ของแต่ละคน
ที่มาของแฟชั่นแนวนี้มาจากทางยุโรปเหนือและแถบอังกฤษค่ะ ซึ่งต้นกำเนิดอยู่ที่ชาวพื้นเมือง เรียกว่า “ชาวโกธิค” ซึ่งเราจะเห็นแฟชั่นสไตล์นี้ในหนังผี เช่น พวกท่านเคาน์, แวมไพร์ หรือพวกแม่มดในเทพนิยายที่ดูเรียบแต่หรูนั่นเอง หรือถ้าใครเคยอ่านหนังสือการ์ตูนเรื่อง “หนุ่มหล่อเฟี้ยว แปลงโฉมสาว” (Yamatonadeshiko) ก็จะเห็นการแต่งการสไตล์ Gothic ในเรื่องด้วยนะ
 
Lolita หรือ Lolita Baby (โลลิต้า)
ส่วนมากแฟชั่นแนวนี้จะเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นสาวๆ มากกว่า เพราะจะออกแนวหวานแหว๋วเหมือนตุ๊กตาน่ารักนะ เสื้อผ้าในแนวนี้จะเน้นไปทางลูกไม้ ระบาย และสีผ้าที่ดูหวานๆ เช่น สีชมพู สีขาว ซะส่วนใหญ่
แฟชั่นแบบ Lolita คือการนำเอาแบบชุดของตุ๊กตาของเด็กผู้หญิงและชุดของเชื้อพระวงศ์ (พวกเจ้าหญิงน่ะ)นำมาประยุกต์ใช้กันให้เหมือนเจ้าหญิงน้อยๆในเทพนิยาย
แฟชั่นแนวนี้เป็นที่นิยมมากในผู้ดีสมัยก่อนในแถบยุโรป เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และได้แพร่หลายไปในอีกหลายประเทศโดยเฉพาะญี่ปุ่น
 
Neo Lolita (นีโอโลลิต้า)
Neo Lolita เป็นการนำสไตล์ Lolita มาประยุกต์ให้เป็นแบบที่ทันสมัย แต่ยังคงความคลาสสิกเอาไว้ เป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่นโดยเฉพาะสาวๆ เพราะโทนสีจะหวานๆ นอกจากนั้นยังใช้ผ้าลายสก็อตมาตกแต่งอีกด้วย
 
Gothic & Lolita
แฟชั่นสไตล์ Gothic & Lolita คือ การนำเอาแฟชั่นแนว Gothic และ Lolita มารวมกัน โดยนำเอาความลึกลับของแนว Gothic และความหวานที่เป็นเอกลักษณ์ของแนว Lolita มาผสมผสานกันทำให้เกิดเป็นแนวใหม่ คือ Gothic & Lolita ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคงจะเป็นเสื้อผ้าของ Mana วง Malice Mizer
 
Punk หรือ UK.Punk (พังค์)
แฟชั่นสไตล์ Punk เริ่มตั้งแต่ยุคปลายของปี’60 และถิ่นกำเนิดของแฟชั่นแนวนี้คือประเทศอังกฤษ สมัยนั้นจะเริ่มในกลุ่มเล็กในยุคที่มีการปฏิวัติและเหตุจลาจลกลางเมือง ซึ่งแนวนี้จะออกแนวรุนแรง เช่น มีการเจาะตามร่างกาย การเพ้นท์หรือสัก
แฟชั่นแนวนี้จะเน้นโทนสีดำเป็นหลัก นิยมทั้งผู้หญิงและผู้ชาย นิยมแต่งหน้าและเขียนตากับปากด้วยสีดำ โดยจะมีส่วนประกอบของผ้าที่เป็นตาข่าย และเศษผ้าลุ่ยๆ ส่วนเครื่องประดับส่วนใหญ่จะเป็นเข็มขัด โซ่และหมุดเหล็ก (ดูแล้วก็เท่ดี....อืม!~) โดยจะเห็นได้จากวงร็อกของอเมริกานั่นเอง
 
JAP’Punk (เจแปนพังค์)
เป็นพังค์ที่ประยุกต์ให้เข้ากับสไตล์ของญี่ปุ่น ต้นแบบมาจาก UK.Punk และการ์ตูนเรื่อง NANA ของ Ai Yazawa พังค์ในแบบญี่ปุ่นบางทีก็จะอาศัยประยุกต์ระหว่างผ้าลายญี่ปุ่นมาบวกกับการออกแบบในแนวพังค์